ผู้เชี่ยวชาญด้านงาน R&D "ต้นกล้าชัยโย"

กลุ่มบริษัทชัยโย ทริปเปิ้ลเอ ได้รับการยอมรับว่าเป็นบริษัทชั้นนำของโลก ที่ประสบความสำเร็จในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพจากประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญอย่างมืออาชีพกว่า 30 ปี ของกลุ่มบริษัทชัยโย ทริปเปิ้ลเอ ในการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ไม้โตเร็ว ที่มีกระบวนการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเข้มข้นจนได้สายพันธุ์ต้นกล้าไม้ชัยโย ที่มีคุณภาพสูง โตเร็ว เหมาะสมกับทุกสภาพภูมิอากาศ ทนต่อศัตรูพืช จนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางภายใต้ชื่อ “ต้นกล้าชัยโย” ซึ่งเป็นต้นกล้าคุณภาพสูงระดับแนวหน้าของโลก รวมถึงการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์พืชอาหาร และพืชพลังงานทดแทน เพื่อวางรากฐานพลังงานทางเลือก อันจะส่งผลต่อความมั่นคงทางด้านพลังงานของโลกในอนาคต

- ต้นกระดาษ  มีเปอร์เซ็นเยื่อกระดาษสูง เหมาะสำหรับเป็นวัตถุดิบของอุตสาหกรรมเยื่อกระดาษ
- ต้นพลังงาน  มีค่าความร้อนสูง เหมาะใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวล



  • วิสัยทัศน์ในการวิจัยและพัฒนา

    จากแนวความคิดในการทำธุรกิจที่ว่าด้วยการวิจัยและพัฒนา นำการผลิตโดยบริษัท แอ๊ดวานซ์อาเชี่ยน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มชัยโย ทริปเปิ้ลเอ (SHAIYO TRIPLE A) ที่ได้ดำเนินงาน ด้านการวิจัยและพัฒนางานวิจัยพันธุ์พืชเศรษฐกิจไม้โตเร็วเพื่อใช้เป็นพืชพลังงานโดยตรง ด้วยการนำเทคโนโลยีขั้นสูง เทคโนโลยีชีวภาพมาช่วยในการพัฒนาพันธุ์ ได้แก่

    1.การศึกษาพัฒนาเครื่องหมายโมเลกุล เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีในการใช้เครื่องหมายโมเลกุล
    แบบไมโครแซทเทลไลท์ (Microsatellites หรือ Simple Sequence Repeats (SSRs) ในยูคาลิปตัส
    เพื่อคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีค่าความร้อนสูง เจริญเติบโตเร็ว ต้านทานต่อโรคและแมลง

    2.การศึกษาวิจัยเทคนิควิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อ และการพัฒนาพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเื้ยื่อ

    3.การศึกษาการแสดงออกของยีน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการคัดเลือกยีน
    เพื่อใช้ในการผสมพันธุ์และขยายพันธุ์ต่อไป

     
  • นวัตกรรมพืชพลังงานสะอาดทดแทนถ่านหิน

    การพัฒนาพันธุ์พืชไม้โตเร็ว ด้วยการคัดเลือกลักษณะจากข้อมูลที่บันทึกค่าต่างๆ เช่น ค่าความร้อนของเนื้อไม้ ค่าการเจริญเติบโต และค่าเยื่อไม้  เพื่อค้นพบยีน (genes) ที่ควบคุมลักษณะนั้นๆ อยู่


    ยีน (Genes) เป็นหน่วยพันธุกรรม ที่ถือว่าเป็นตัวเก็บข้อมูล “รหัสพันธุกรรม” (Genetic Code) ในการเจริญเติบโตของพืช และโครงสร้างของสารประกอบในเนื้อไม้ของพืช ซึ่งวางอยู่บนสายดีเอ็นเอที่ระบุรหัสไว้มากมาย เป็นคำสั่งให้สิ่งมีชีวิตนั้นๆ มีการเจริญเติบ และมีลักษณะแตกต่างกันออกไป ถือเป็นเอกลักษณ์ของพืชต้นนั้นๆ โดยทั้งหมดนี้ถูกย่อ บรรจุอยู่ในเซล และถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นผ่านเซลสืบพันธุ์ของพ่อแม่  

     

    จากการที่ฝ่ายวิจัยของบริษัทประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องหมายโมเลกุล โดยวิธีการ shotgun genome sequencing ด้วยเทคโนโลยี Pyro-sequencing และออกแบบไพรเมอร์ (primer) SSR ที่สัมพันธ์กับลักษณะที่มีสัดส่วนเยื่อไม้สูง และลักษณะที่มีการเจริญเติบโตดีในยูคาลิปตัส ทำให้ลดระยะเวลาในการทดสอบพืชในแปลงคัดเลือกพันธุ์ และสามารถนำต้นที่มีพันธุกรรมดีเหล่านี้มาปลูกทดสอบผลผลิตในแต่ละพื้นที่ เพื่อหาสายต้นที่เหมาะสมในสำหรับพื้นที่นั้นๆ ได้เร็วขึ้น

    จากองค์ความรู้ที่ได้มาทางบริษัท สามารถใช้เป็นเครื่องหมายดีเอ็นเอ ชนิดไมโครแซลเทลไลท์นี้ ในการบ่งชี้ความแตกต่าง และระบุความหลากหลาย (genetic diversity) ทางพันธุกรรมของสายพันธุ์ยูคาลิปตัสในฐานพันธุกรรมของบริษัทได้ เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลในการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ในการปรับปรุงสายพันธุ์ต่อไป

    ปัจจุบันทางบริษัทกำลังดำเนินการวิจัย เพื่อการพัฒนาเครื่องหมายโมเลกุล สำหรับคัดเลือกพันธุกรรมต้านทานโรคสำคัญต่างๆ ในยูคาลิปตัส ให้คัดเลือกพันธุ์ต้านทานโรคได้เร็วขึ้น โดยมีห้องปฏิบัติการที่มีศักยภาพในการวิจัยทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ

     

    นอกจากงานทางด้านเครื่องหมายโมเลกุล บริษัทยังมีห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อการขยายจำนวนเพื่อปลูกทดสอบ และมีการศึกษาวิจัยเทคนิควิธีการต่างๆ ในการเพาะเลี้ยง รวมทั้งการวิจัย และพัฒนาเทคนิคการชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ อันเป็นการสร้างโอกาสในการได้พันธุ์ใหม่

    และบริษัทยังเล็งเห็นความก้าวหน้าทางด้านการศึกษายีน และการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูล bioinformatics จึงได้ทำการศึกษาการแสดงออกของยีน เพื่อพัฒนาเครื่องหมายจากการแสดงออกของยีน หรือใช้ RNA ที่ convert เป็น cDNA เพื่อพัฒนาเครื่องหมายโมเลกุลจากส่วนของยีน expressed sequence tags (EST) ที่เกี่ยวข้องกับลักษณะการเจริญเติบโต และลักษณะเยื่อไม้ เพื่อพัฒนาเครื่องหมายโมเลกุลที่มีความแม่นยำในการคัดเลือกมากขึ้น ตามลำดับ

  • ผลที่ได้จากการวิจัยกับโอกาสของชาติทั้งระยะสั้นและระยะยาว

    ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีการทำเกษตรกรรมเป็นหลัก มีพื้นที่เพาะปลูกมากถึง 122.2 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 38.2 ของพื้นที่ทั้งประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มีระบบชลประทาน

     

    เช่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ทางการเกษตร (57.7 ล้านไร่) ประมาณร้อยละ 44 ของพื้นที่การเกษตรทั้งประเทศ แต่มีระบบชลประทานเพียง 3.7 ล้านไร่ ประมาณร้อยละ 6.4 ของพื้นที่การเกษตรเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่เหมาะสมที่จะปลูกพืชล้มลุก ซึ่งต้องการน้ำมากในการปลูกและดูแลรักษา แต่พื้นที่เหล่านี้ สามารถพัฒนาเป็น สวนพืชพลังงานไม้โตเร็ว ได้ ซึ่งในอนาคตก็น่าจะมีการจัดระบบแบ่งพื้นที่การเกษตรเป็นเขตตามความเหมาะสมในการปลูกพืชแต่ละชนิด

     

    บริษัท แอ๊ดวานซ์ อาเชี่ยน จำกัด จะเป็นส่วนหนึ่งที่นำพันธุ์พืชพลังงานโตเร็ว และพืชพลังงานอื่นๆ ที่บริษัทกำลังพัฒนาพันธุ์อยู่ส่งเสริมให้เกษตรกรที่สนใจปลูก สวนพืชพลังงานไม้โตเร็ว โดยปลูกแบบเกษตรผสมผสานกับพืชพลังงานอายุสั้น เพื่อพัฒนารายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้เกษตรกรได้ในอนาคต